เว็บไซต์คือสินทรัพย์ที่เราเป็นเจ้าของ 100% แต่ Social Media ไม่ใช่ของเราจริง ต่อให้ระวังดีแค่ไหนก็ยังมีความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้เอง ไม่ว่าจะถูกแฮกหรือแม้แต่ถูกระงับ/แบนโดยไม่มีคำเตือนล่วงหน้า สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางเกิดกับเว็บไซต์ที่เราคุมเองทั้งหมด — นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ผมยังบอกลูกศิษย์ทุกรุ่นเสมอว่า ต่อให้ยุคนี้ AI และแพลตฟอร์มใหม่ๆ จะมาแรงแค่ไหน เว็บไซต์ก็ยังเป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องมี
บทความนี้สรุป 4 เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2026 ที่สำคัญที่สุด อ้างอิงจากรายงาน Digital 2026: Thailand โดย We Are Social และ Meltwater เพื่อให้เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดใช้วางแผนกลยุทธ์ปีนี้ได้อย่างมีหลักฐานรองรับ
1. คนไทยออนไลน์เกือบตลอดเวลา แต่ “ใช้บ่อย” ไม่เท่ากับ “ชอบ”
ประเทศไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 67.8 ล้านคน คิดเป็น 94.7% ของประชากร และมีการเชื่อมต่อมือถือสูงถึง 135% ของประชากรทั้งหมด (96.6 ล้านการเชื่อมต่อ) สะท้อนว่าไทยเข้าสู่ยุค Hyper-Connected เต็มตัว
แต่มีข้อมูลหนึ่งที่นักการตลาดมักมองข้าม: แพลตฟอร์มที่คนไทย “ใช้บ่อยที่สุด” ไม่ใช่แพลตฟอร์มที่ “ชอบที่สุด” เสมอไป ดังตาราง:
| อันดับ 1 | อันดับ 2 |
| ใช้บ่อยที่สุด | Facebook (89.1%) | LINE (84.4%) |
| ชอบที่สุด | TikTok (30.3%) | Facebook (29.2%) |
| ใช้นานที่สุด | YouTube (58 นาที/วัน) | Facebook (57 นาที/วัน) |
สังเกตว่า Facebook ติดอันดับ 1 ฝั่ง “ใช้บ่อยที่สุด” แต่ตกมาอยู่อันดับ 2 ฝั่ง “ชอบที่สุด” — สะท้อนว่าแพลตฟอร์มที่คนเปิดดูถี่ที่สุด ไม่ได้แปลว่าเป็นแพลตฟอร์มที่คนรู้สึกผูกพัน/ชื่นชอบที่สุดเสมอไป การเลือกลงงบโฆษณาตามความถี่การใช้งานเพียงอย่างเดียว โดยไม่ดูความชอบ อาจทำให้ทำถูกที่แต่ผิดกลุ่มคน เสียทั้งงบและเวลาโดยไม่รู้ตัว
2. การค้นหากำลังแตกสองทาง — SEO ต้องขยับไปทำ AIO ด้วย
Google ยังครองส่วนแบ่งตลาดการค้นหาในไทยที่ 97.64% แต่ในมุม AI referral ข้อมูล ต.ค. 2025 ชี้ว่า ChatGPT ครองส่วนแบ่ง Web Traffic Referral จากแพลตฟอร์ม AI ถึง 84.30% ทิ้งห่างแพลตฟอร์ม AI อื่นแบบไม่เห็นฝุ่น:
| แพลตฟอร์ม AI | ส่วนแบ่ง Web Traffic Referral |
| ChatGPT | 84.30% |
| Google Gemini | 6.32% |
| Perplexity | 5% |
| Microsoft Copilot | 3.10% |
| Claude | 1.11% |
นี่คือสัญญาณว่า SEO แบบเดิมอย่างเดียวไม่พอแล้ว ธุรกิจต้องเริ่มทำ AIO (AI Optimization) ควบคู่ไปด้วย เตรียมเนื้อหาให้ AI เข้าใจบริบทและหยิบไปตอบคำถามผู้ใช้ได้ง่าย ไม่ใช่แค่ทำให้ Google จัดอันดับเพียงอย่างเดียวเหมือนก่อน
ผมเห็นสัญญาณนี้ชัดขึ้นเรื่อยๆ จากงานจริง ช่วงหลังเวลาถามลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาว่า “รู้จัก Team Digital จากช่องทางไหน” หลายคนตอบตรงกันว่าถามจาก AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini ไม่ใช่ค้นหาผ่าน Google ตรงๆ เหมือนก่อน
และเมื่อเช็คข้อมูลจาก Google Analytics 4 ของเว็บ teamdigital.co เอง (ช่วง 22 มิ.ย. – 19 ก.ค. 2569) ก็ยืนยันตรงกัน:
| ช่องทาง | Engagement Rate | Key Event Rate ต่อ Session |
| AI Assistant | 76.9% | 14.6% |
| Organic Search | 24.8% | 4.0% |
| Direct | 6.7% | 1.4% |
พูดง่ายๆ คือ คนที่มาจาก AI ไม่ใช่แค่เข้ามาดูผ่านๆ แต่อยู่นานกว่า มีส่วนร่วมมากกว่า และมีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้าจริงมากกว่าช่องทางอื่นอย่างชัดเจน
3. เว็บไซต์คือฐานความน่าเชื่อถือที่ Social Media แทนไม่ได้
ข้อมูลจาก GWI (Q2 2025) ในรายงาน Digital 2026: Thailand ระบุกิจกรรมที่คนไทยทำกับแบรนด์มากที่สุดในรอบเดือน ดังนี้:
| อันดับ | กิจกรรม | สัดส่วน |
| 1 | เข้าชมเว็บไซต์แบรนด์ | 44.6% |
| 2 | ติดตามบน Social Network | 36.4% |
| 3 | ดูวิดีโอของแบรนด์ | 28.9% |
| 4 | เข้าเพจ Social Network ของแบรนด์ | 23.3% |
การเข้าชมเว็บไซต์แบรนด์ (44.6%) เป็นกิจกรรมที่มีสัดส่วนสูงสุด สูงกว่าการติดตามบน Social Network (36.4%) เสียอีก เพราะเว็บไซต์แบรนด์ทำหน้าที่เป็น“ด่านตรวจสอบความน่าเชื่อถือขั้นสุดท้าย”ของผู้บริโภคไทย ซึ่งมีถึง 87% ที่วิจัยข้อมูลอย่างเข้มข้นก่อนตัดสินใจซื้อ และ 64% ตรวจสอบรีวิวก่อนจ่ายเงินเสมอ สะท้อนว่า Social Media เป็นแค่ “หน้าร้าน” ที่ดึงความสนใจ แต่เว็บไซต์ต่างหากที่เป็นตัวสร้างความน่าเชื่อถือจริงๆ สอดคล้องกับข้อมูลอีกชุดในรายงานเดียวกันที่ระบุว่า Search Engines คือช่องทางหลักที่คนไทยใช้ค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อถึง 54.0% ก่อนจะเข้าเว็บไซต์แบรนด์โดยตรงเพื่อยืนยันความน่าเชื่อถืออีกครั้ง
4. กลยุทธ์รวม: โมเดล OMNI-Grid แบ่งหน้าที่แพลตฟอร์มให้ชัด
สรุปทุกอย่างข้างต้นให้เป็น mental model เดียวที่ใช้วางแผนได้ทันที:
Discovery (ค้นหา)
Google + ChatGPT
Entertainment (ดึงดูด)
TikTok + YouTube
Connection (ดูแล)
Facebook + LINE
Conversion (ปิดการขาย)
Website + Coupons
แต่ละแพลตฟอร์มมีหน้าที่ของตัวเอง อย่าใช้คอนเทนต์ชุดเดียวยิงทุกช่องทางเหมือนกันหมด เพราะพฤติกรรมผู้ใช้ในแต่ละแพลตฟอร์มไม่เหมือนกัน
สรุป
ปี 2026 ไม่ใช่ปีที่ต้องเลือกระหว่าง Social Media กับเว็บไซต์ แต่เป็นปีที่ต้องรู้ว่าแต่ละช่องทางมีหน้าที่อะไร แล้ววางกลยุทธ์ให้ทุกช่องทางทำงานร่วมกัน โดยมีเว็บไซต์เป็นฐานที่มั่นที่ธุรกิจควบคุมได้เองเสมอ
อยากดูข้อมูลฉบับเต็มของรายงาน Digital 2026: Thailand ที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้ ดูสไลด์ฉบับเต็มได้ที่นี่
อยากวางกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ปี 2026 ให้ครบทุกช่องทาง?
เรียนรู้การวางกลยุทธ์ Digital Marketing แบบครบวงจรกับ อ.ศรัณย์ ยุวรรณะ (อ.หนุ่ย) ผู้มีประสบการณ์สอนด้านดิจิทัลมากว่า 19 ปี
ใน คอร์ส Digital Marketing & AI คุณจะได้เรียนรู้ตั้งแต่ SEO, Google Analytics, Google Ads, Facebook Ads ไปจนถึง LINE OA แบบลงมือทำจริง
ดูรายละเอียดคอร์ส Digital Marketing